top of page
Search

เลือกผ้าปูที่นอนโรงแรมอย่างไร ให้คุ้มค่า: ทริคสำหรับฝ่ายจัดซื้อที่เราในฐานะผู้ผลิตอยากบอกคุณ

  • Thatti Pechdeechanadej
  • Oct 6, 2025
  • 2 min read
ree

นอกจากลอบบี้ที่สวย สะอาด กลิ่นหอม รอยยิ้มที่น่าประทับใจของพนักงานต้อนรับ และวิวที่แสนว้าว สิ่งที่แขก “เห็นและสัมผัสจริง” เมื่อเปิดประตูคือ เตียงขาวตึงสะอาด ถ้าผ้าปูดูขาวสว่าง เรียบลื่น ไร้กลิ่น และเข้ารูปพอดี ความรู้สึกว่า “สะอาด ปลอดภัย หลับสบาย” จะเกิดขึ้นทันที และมักกลายเป็นรีวิวดี ๆ ตามมา

มองผ้าปูให้เป็น “สินทรัพย์” ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย

สำหรับผู้จัดซื้อ ผ้าปูที่นอนไม่ใช่แค่ของสิ้นเปลือง แต่มีผลตรงต่อ รายได้ อัตราเข้าพัก และต้นทุนแฝง ของโรงแรม การเลือกสเปกวันนี้สะท้อน ภาพลักษณ์+ค่าใช้จ่ายจริงทั้งอายุการใช้งาน

คำถามที่ควรถามตัวเอง:ไม่ใช่ “ถูกสุดเท่าไหร่” แต่คือ “ผืนนี้ให้ประสบการณ์แบบไหน และอยู่สวยได้นานแค่ไหน

คิดแบบ Cost per Use (คุ้มจริง ไม่ใช่ถูกหลอก)

คำนวณง่าย ๆ: ราคาต่อชิ้น ÷ จำนวนรอบซักที่ยังดีอยู่

  • ผืน A ราคา 450 บาท ใช้ได้ 120 รอบ → 3.75 บาท/รอบ

  • ผืน B ราคา 360 บาท ใช้ได้ 70 รอบ → 5.14 บาท/รอบแม้ B จะถูกกว่าแต่แรก สุดท้ายแพงกว่า แถมมีต้นทุนคอมเพลนและเวลาแม่บ้านมากขึ้น

ต่อให้สวยแค่ไหน ถ้าซักจริงแล้วพังเร็วก็จบ—การเลือกสเปกต้องสอดคล้องกับสภาพอากาศไทยที่ร้อนชื้นและรอบซักน้ำร้อนที่ถี่ เริ่มจากวัสดุเส้นใย ถ้าต้องการสมดุลระหว่างสัมผัสพรีเมียมและอายุงานที่ทนจริง Cotton 100% แบบเส้นใยยาว (Combed/Long-Staple) คือคำตอบ นอนสบาย ระบายอากาศดี และทนต่อการซักร้อนได้ดี หากต้องคุมงานให้แห้งไว ยับน้อย และดูแลง่าย TC (Poly-Cotton) ก็เหมาะเพราะราคาคุ้มและหมุนรอบซักได้เร็ว ส่วน Microfiber เหมาะกับงบตั้งต้นจำกัด น้ำหนักเบาและแห้งเร็ว แต่ควรทดสอบสัมผัสหลังซักหลายรอบก่อนตัดสินใจล็อตใหญ่ โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้บลีชหรืออุณหภูมิสูงเป็นประจำ

ถัดมาคือโครงสร้างการทอ หากต้องการฟีลเย็น โปร่งสบาย และเข้ากับอากาศร้อนชื้น Percale ให้สัมผัสกรอบเบา พลิกตัวแล้วไม่อับ ในขณะที่ Sateen ให้ลุคเนียนเงาและภาพรวมที่หรูขึ้น แต่ยับง่ายกว่าเล็กน้อยและอาจต้องเผื่อเวลารีดมากขึ้น

สำหรับการใช้งานในไทยจริง จุดลงตัวที่เจอบ่อยคือ Percale 200–300 TC ซึ่งให้ความทน ซักง่าย แห้งไม่ช้า และสบายผิว ถ้าต้องการยกระดับภาพลักษณ์ให้หรูขึ้น สามารถขยับเป็น Sateen 300–400 TC โดยจัดการเรื่องการรีดให้ดี แต่ถ้าวัตถุประสงค์หลักคือหมุนรอบไวและคุมงบ TC เกรดดีก็เป็นทางเลือกที่ทำงานได้ เพียงอย่าลืมขอผืนเทสต์ไปซักร้อน 5–10 รอบในระบบจริงก่อนสั่งผลิต เพื่อให้แน่ใจว่าสัมผัสและความคงทนยังเป็นไปตามที่ต้องการ

อย่าเชื่อแค่ TC สูง ๆ ให้ดู คุณภาพเส้นใย + ความแน่นการทอ + GSM คู่กัน

เรื่องเล็กที่ผลใหญ่: “ใส่เตียงแล้วต้องตึงสวย”

  • ผ้ามีโอกาส หด 2–5% หลังซัก ถ้าไม่เผื่อ ขอบจะสะดุ้ง/หลุดง่าย

  • วัด ความสูงที่นอนจริง + มี topper หรือไม่ เพื่อกำหนดความลึกผ้าปูเข้ารูป (fitted) ให้พอดี

  • งานฟินิชช่วยยืดความสวย: Sanforized (คุมการหด), Mercerized/Calendered (เพิ่มความนุ่ม/เงา)


“ความขาว” ดูที่หลังซัก ไม่ใช่วันแรก

เลือกผ้าที่:

  • ทนบลีชออกซิเจน สีไม่ตกง่าย

  • Colorfastness ระดับ 4–5 ขึ้นไป

  • Anti-pilling ดี ปลอกหมอนไม่ขึ้นขุย

  • รีดง่าย ลดเวลาเตียงต่อห้อง = ประหยัดค่าแรงจริง เรื่อง “ความขาว” ให้ดูผลหลังซักหลายรอบ ไม่ใช่เฉพาะวันแรกที่รับของ เลือกผ้าที่ทนบลีชออกซิเจน สีไม่ตกง่าย และมีค่าความคงทนต่อสี (colorfastness) ระดับ 4–5 ขึ้นไปควบคู่กันไป ตรวจให้แน่ใจว่าเนื้อผ้ามีคุณสมบัติ anti-pilling ที่ดีเพื่อไม่ให้ปลอกหมอนขึ้นขุยบริเวณที่เสียดสีสูง และควรรีดได้ง่ายเพื่อลดเวลาในการทำเตียงต่อห้อง ซึ่งแปลตรงตัวเป็นการประหยัดค่าแรงทุกวันในปฏิบัติการจริงของโรงแรม

Laundry-ready ตั้งแต่สั่งสเปก

ให้สเปกสอดคล้องกับระบบซักของคุณ:

  • อุณหภูมิซัก 60–90°C, วิธีใช้สารฟอก, อุณหภูมิอบ

  • มีสี? ขอผลทดสอบ ความคงทนต่อการซัก/เหงื่อ/แสง

  • ปักโลโก้/เดินขอบ? ใช้วัสดุที่ ไม่ซีด/ไม่บิด เมื่อโดนความร้อนซ้ำ ๆ ตั้งต้นให้ “Laundry-ready” ตั้งแต่สั่งสเปก โดยระบุให้ชัดว่าต้องสอดคล้องกับระบบซักจริงของโรงแรม ทั้งอุณหภูมิซัก 60–90°C วิธีใช้สารฟอก และอุณหภูมิการอบ หากเลือกผ้าสีให้ขอผลทดสอบความคงทนต่อการซัก เหงื่อ และแสงเพื่อป้องกันการซีดไม่สม่ำเสมอ ส่วนงานปักโลโก้หรือเดินขอบให้เลือกวัสดุที่ไม่ซีดและไม่บิดตัวเมื่อผ่านความร้อนซ้ำ ๆ เพื่อให้ลุคคงเส้นคงวาตลอดอายุงาน

วิธีจัดซื้อที่ลดความเสี่ยงง่าย ๆ

  1. ขอ swatch + ผืนทดสอบ ไปซักในระบบจริง 5–10 รอบ

  2. เช็กเอง: ความขาว, ความนุ่ม, การหด, เวลาแม่บ้านทำเตียง

  3. ล็อกสเปกเป็นลายลักษณ์อักษร: วัสดุ, TC, GSM, โครงทอ, ฟินิช, คุมการหด, มาตรฐาน (OEKO-TEX®, ISO 9001) และผลทดสอบที่จำเป็น

  4. ตกลง SLA ส่งมอบ, สต็อกเซฟตี้, งานด่วน, นโยบายเปลี่ยนสินค้า defect ให้ชัด

เลือกยังไงให้ “ตรงเซกเมนต์” และคุ้มงาน

  • Budget / Express: TC หรือ Microfiber เกรดดี แห้งไว หมุนรอบเร็ว

  • Midscale / Boutique: Cotton 100% Percale 200–300 TC สบายผิว ระบายอากาศดี

  • Upscale / Luxury: Sateen 300–400 TC ลุคเนียนเงา (ต้องดูงานรีด/การจัดเตียงประกอบ)

    การเลือกสเปกให้ “ตรงเซกเมนต์” และคุ้มกับงานควรเริ่มจากภาพลักษณ์ที่ต้องการและรอบการซักจริง หากเป็นสาย Budget หรือ Express ให้เอนเอียงไปทาง TC หรือ Microfiber เกรดดีที่แห้งไว หมุนรอบได้เร็วและคุมต้นทุนง่าย สำหรับกลุ่ม Midscale หรือ Boutique ให้เลือก Cotton 100% แบบ Percale ช่วง 200–300 TC ซึ่งให้สัมผัสสบายผิว ระบายอากาศดี เหมาะกับอากาศร้อนชื้น ส่วนกลุ่ม Upscale หรือ Luxury ที่ต้องการลุคเนียนเงาและภาพรวมพรีเมียมสามารถขยับไปที่ Sateen 300–400 TC โดยวางระบบงานรีดและการจัดเตียงให้รัดกุม เพื่อรักษาความเรียบสวยทุกครั้งที่ขึ้นเตียง


ดูแลให้ยืนระยะ ลดคอมเพลน

  • หมุนเวียนผ้า อย่างน้อย 3–4 ชุด/เตียง ลดสึกหรอ

  • เลือกน้ำยาซักอุตสาหกรรม เหมาะผ้าขาว ตั้งค่าบลีชตามคู่มือ

  • อบตามอุณหภูมิแนะนำ ป้องกันหด/กระด้าง

  • ทำ มาตรฐานการพับและความตึงเตียง ให้เหมือนกันทั้งทีม → ภาพรวมดูแพงขึ้นทันที


ผลลัพธ์ที่เจ้าของโรงแรมอยากเห็น

เมื่อแขกล้มตัวลงนอนแล้วได้ความรู้สึก เย็น สะอาด ลื่นสบาย ไร้กลิ่น ภาพเตียงขาวตึงถ่ายรูปสวย—คำว่า “clean/bed/linen” ในรีวิวจะค่อย ๆ ดีขึ้น มีพื้นที่ขยับ อัตราเข้าพัก (OCC) และราคาเฉลี่ย (ADR) และคุณจะเห็นว่าเงินที่เพิ่มในสเปก คืนกลับ ผ่าน Cost per Use ที่ต่ำลง เวลาแม่บ้านที่ลดลง และ คำชมที่มากขึ้น


ก่อนสั่งล็อตใหม่ ลองบรีฟให้ตรงขึ้นอีกนิด

เปลี่ยนจาก “ลดได้อีกไหม” เป็น“ทำอย่างไรให้แขกบอกว่าดี—and ดีได้นาน”แล้วใส่ข้อมูลจริงให้ซัพพลายเออร์ออกแบบสเปกได้ตรงงาน:

  • ความสูงที่นอน + มี/ไม่มี topper

  • อุณหภูมิซัก/อบในระบบจริง

  • ความถี่รอบซักต่อสัปดาห์

  • ระดับภาพลักษณ์ที่ต้องการ (Budget / Boutique / Luxury)

ผลลัพธ์: ได้ผ้าที่ตรงงาน งบใช้กับคุณภาพที่สร้างรายได้กลับมา


ก่อนสั่งล็อตใหม่ ลองบรีฟให้ตรงขึ้นอีกนิด โดยเปลี่ยนมุมมองจาก “ขอลดได้อีกไหม” เป็น “ทำอย่างไรให้แขกบอกว่าดี—and ดีได้นาน” แล้วให้ข้อมูลจริงที่จำเป็นเพื่อให้ซัพพลายเออร์ออกแบบสเปกได้ตรงงานมากที่สุด ได้แก่ ความสูงที่นอนพร้อมระบุว่ามีหรือไม่มีท็อปเปอร์ อุณหภูมิการซักและการอบที่ใช้ในระบบจริง ความถี่รอบซักต่อสัปดาห์ และระดับภาพลักษณ์ที่ต้องการว่าจะไปทาง Budget, Boutique หรือ Luxury เมื่อบรีฟครบถ้วน ผลลัพธ์คือได้ผ้าที่ตรงงานจริง งบถูกใช้กับคุณภาพที่สร้างรายได้กลับมาอย่างคุ้มค่า.


เช็กลิสต์สั้น ๆ สำหรับฝ่ายจัดซื้อ (เก็บไปใช้ได้เลย)

  •  วัสดุ: Cotton 100% / TC / Microfiber (ระบุชนิดเส้นใย)

  •  โครงทอ: Percale / Sateen + TC + GSM

  •  ฟินิช: Sanforized / Mercerized / Calendered

  •  ค่ามาตรฐาน: Colorfastness ≥ 4–5, Anti-pilling ดี

  •  ขนาดจริง + เผื่อหด 2–5% ตามเตียง/Topper

  •  Laundry-ready: อุณหภูมิซัก/อบ, การใช้บลีช

  •  เอกสาร: OEKO-TEX®, ISO 9001, ผลทดสอบ

  •  เงื่อนไข: SLA ส่งมอบ, สต็อกเซฟตี้, เคลม defect

 
 
 

Recent Posts

See All
วิธีเลือกผ้าปูที่นอนสำหรับโรงแรม ด้วยเทคนิค 3-2-1

สำหรับธุรกิจโรงแรมแล้ว รายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง “ผ้าปูที่นอน” คือสิ่งที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับแขกผู้เข้าพักได้อย่างมหาศาล...

 
 
 

Comments


ร้านของเราเปิดทุกวัน

JJ Mall G179-180 จตุจักร กทม. 10900 (ร้านอยู่ชั้นใต้ดิน หลังเชสเตอร์กริลล์)

- ผ้าปูที่นอนโรงแรม - โรงงานผ้าปูที่นอนโรงแรม - ผ้าโรงแรมคุณภาพสูง ราคาส่ง - ซัพพลายเออร์ผ้าโรงแรม - ผ้าขนหนูโรงแรมราคาส่ง

  • Line
  • Facebook

© 2025 by HOTEL PAL

ปุ่มเพิ่มเพื่อน ในไลน์
bottom of page